เคยไหมครับ? กำลังรีบส่งงาน แต่พอสั่งพิมพ์เอกสารแล้วเครื่องปริ้นเตอร์กลับเงียบกริบ พอกดเข้าไปเช็กดูก็พบว่าเอกสารค้างอยู่ แถมกดลบเท่าไรก็ไม่ออก ปัญหานี้สร้างความหงุดหงิดให้คนทำงานอยู่เสมอ ซึ่งสาเหตุหลักมักเกิดจากระบบ Print queue หรือคิวการพิมพ์ของ Windows เกิดอาการค้างและไม่ตอบสนอง
ในบทความนี้ เราได้รวบรวมวิธีล้างคิวพิมพ์ที่ค้างอยู่อย่างรวดเร็ว เพื่อให้ปริ้นเตอร์ของคุณกลับมาทำงานได้ตามปกติภายในไม่กี่นาทีครับ
ทำไม Print queue ถึงเกิดอาการค้าง?
ก่อนจะไปดูวิธีแก้ไข มาทำความเข้าใจสาเหตุกันสั้นๆ ปัญหานี้มักเกิดจากไฟล์เอกสารที่สั่งพิมพ์มีขนาดใหญ่เกินไป, สายเชื่อมต่อหลุดระหว่างส่งข้อมูล, หรือระบบ Print Spooler ซึ่งเป็นบริการจัดการงานพิมพ์ของ Windows ทำงานผิดพลาด ส่งผลให้ไฟล์เอกสารติดค้างอยู่ใน Print queue และไปขัดขวางไม่ให้เอกสารชิ้นใหม่สามารถพิมพ์ออกมาได้
วิธีล้าง Print queue ที่ค้างแบบเร่งด่วน (สำหรับ Windows)
หากคุณพยายามกด "Cancel" ในหน้าต่างสั่งพิมพ์ปกติแล้วไม่ได้ผล ให้ทำตามขั้นตอนล้างระบบด้านล่างนี้ได้เลยครับ:
ขั้นตอนที่ 1: หยุดการทำงานของระบบจัดการพิมพ์
1. กดปุ่ม Windows + R บนคีย์บอร์ดเพื่อเปิดหน้าต่าง Run
2. พิมพ์คำว่า services.msc แล้วกด Enter
3. เลื่อนหาหัวข้อ Print Spooler คลิกขวาแล้วเลือก Stop (ห้ามปิดหน้าต่างนี้)
ขั้นตอนที่ 2: ลบไฟล์งานที่ค้างอยู่ในระบบ
1. กดปุ่ม Windows + R อีกครั้ง แล้วพิมพ์ PRINTERS จากนั้นกด Enter (ระบบจะพาไปที่โฟลเดอร์ C:\Windows\System32\spool\PRINTERS)
2. ลบไฟล์ทั้งหมดที่อยู่ในโฟลเดอร์นี้ออกให้หมด (ไฟล์เหล่านี้คือคิวงานที่ค้างอยู่)
ขั้นตอนที่ 3: เริ่มการทำงานของระบบจัดการพิมพ์ใหม่
1. กลับไปที่หน้าต่าง Services ที่เปิดค้างไว้ในขั้นตอนแรก
2. คลิกขวาที่ Print Spooler อีกครั้ง แล้วเลือก Start
สรุป
เพียงทำตาม 3 ขั้นตอนนี้ ระบบการจัดคิวพิมพ์ของคุณก็จะถูกล้างให้ว่างเปล่า และพร้อมกลับมาสั่งพิมพ์งานใหม่ได้ทันทีครับ หากคุณพบปัญหา Print queue ค้างอยู่บ่อยครั้ง แนะนำให้ลองอัปเดตไดรเวอร์ (Driver) ของเครื่องปริ้นเตอร์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด หรือลองเช็กสายเชื่อมต่อ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำในอนาคตครับ