ระบบสี CMYK และ RGB เป็นพื้นฐานของงานออกแบบดิจิทัลและงานพิมพ์ ซึ่งการทำความเข้าใจความแตกต่างของระบบสีทั้งสองจะช่วยให้ได้ผลงานที่มีคุณภาพ สีไม่เพี้ยน และตรงตามที่ออกแบบไว้ ระบบ RGB ใช้กับอุปกรณ์ให้แสง เช่น จอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ และทีวี ในขณะที่ระบบ CMYK ใช้ในงานพิมพ์ทุกชนิด เช่น นามบัตร โบรชัวร์ สติ๊กเกอร์ และงานป้ายโฆษณา
ความแตกต่างระหว่างระบบสี RGB และ CMYK
ระบบสี RGB (Red, Green, Blue) ทำงานแบบ Additive Color คือการผสมสีด้วยแสง หากผสมสีทั้งสามเข้าด้วยกันเต็มที่ จะได้เป็น “สีขาว” จึงเหมาะสำหรับงานที่แสดงผลบนหน้าจอ เช่น งานกราฟิกดิจิทัล เว็บไซต์ งาน UI/UX และงานภาพถ่ายที่ใช้บนโซเชียลมีเดีย
ส่วนระบบสี CMYK (Cyan, Magenta, Yellow, Black) ทำงานแบบ Subtractive Color หรือการหักล้างแสง เมื่อผสมสีเข้มขึ้น สีที่ได้จะมืดลงเรื่อย ๆ จึงเหมาะสำหรับงานพิมพ์ เพราะเครื่องพิมพ์ทุกชนิดจะผสมหมึก 4 สีนี้เพื่อสร้างเฉดสีต่าง ๆ หากออกแบบด้วย RGB แล้วนำไปพิมพ์โดยไม่แปลงเป็น CMYK มักทำให้สีเพี้ยนหรือหม่นลง
ทำไมงานพิมพ์ต้องใช้ CMYK
สาเหตุสำคัญคือ เครื่องพิมพ์ไม่สามารถแสดงแสงแบบ RGB ได้ แต่ใช้การพ่นหมึกลงบนกระดาษ จึงใช้ระบบสี CMYK เพื่อให้สีคงที่และแม่นยำ การแปลงไฟล์จาก RGB เป็น CMYK ก่อนส่งโรงพิมพ์เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้สีที่พิมพ์ออกมามีความสอดคล้องกับงานที่ออกแบบในจอ
สรุปสำคัญสำหรับงานออกแบบ
- งานแสดงผลบนจอ → ใช้ RGB
- งานพิมพ์ → ใช้ CMYK
- ควรตรวจสอบสีทุกครั้งก่อนสั่งพิมพ์
- ไฟล์สำหรับโรงพิมพ์ควรส่งเป็น PDF/X หรือไฟล์ CMYK เท่านั้น
การเลือกใช้ระบบสีที่ถูกต้องตามประเภทงานจะช่วยเพิ่มคุณภาพงานพิมพ์ ลดความผิดพลาด และทำให้สีใกล้เคียงกับต้นฉบับมากที่สุด เหมาะสำหรับนักออกแบบ กราฟิกดีไซน์ และผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับงานพิมพ์ทุกประเภท
CMYK,RBG,ระบบสี,งานพิมพ์สี,กราฟิกดีไซน์,ความรู้การพิมพ์,ออกแบบสีก่อนพิมพ์

