สำหรับเหล่า Creator หรือเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กที่ทำสินค้าประเภท On-demand เช่น Photo Magnet หรือของที่ระลึกที่ต้องพิมพ์สดใหม่ การออกบูธในงาน Craft Fair พร้อมกับรับออเดอร์ออนไลน์ไปด้วยถือเป็น "ความสำเร็จที่มาพร้อมความท้าทาย" เพราะเมื่อความปังมาเยือน สิ่งที่ตามมาคือความวุ่นวายในระบบหลังบ้าน โดยเฉพาะเมื่อออเดอร์จากทั้งสองช่องทางไหลมารวมกันที่ Print queue เดียวกัน
เมื่อหน้าบูธคึกคัก แต่ออนไลน์ก็หยุดไม่ได้ ลองจินตนาการดูครับว่า ในขณะที่คุณกำลังเร่งมือทำสินค้าให้กับลูกค้าที่ยืนรออยู่หน้าบูธอย่างใจจดใจจ่อ เสียงแจ้งเตือนออเดอร์จากร้านค้าออนไลน์ก็ดังขึ้นรัวๆ ปัญหานี้มักจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งกับศิลปินอย่าง Vixie ที่ต้องบริหารจัดการเครื่องพิมพ์ให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ หากเราไม่มีการวางแผนลำดับความสำคัญใน Print queue ที่ดีพอ อาจส่งผลให้ลูกค้าหน้างานต้องรอนานจนเกินไป หรือลูกค้าออนไลน์ได้รับสินค้าล่าช้ากว่ากำหนด ซึ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ในระยะยาว
เทคนิคการบริหารจัดการคิวพิมพ์ให้มีประสิทธิภาพ 1. จัดลำดับความสำคัญ (Priority Setting): โดยทั่วไปแล้ว ลูกค้าที่มาซื้อหน้าบูธมักมีความคาดหวังว่าจะได้รับสินค้าทันทีหรือเดินวนกลับมารับในเวลาสั้นๆ ดังนั้นควรให้ความสำคัญกับคิวหน้างานก่อน ส่วนออเดอร์ออนไลน์สามารถจัดช่วงเวลาพิมพ์ในช่วงที่ลูกค้าหน้าบูธเริ่มเบาบางลง 2. ใช้เทคโนโลยีช่วยจัดการ: การเลือกใช้ซอฟต์แวร์หรือระบบจัดการงานพิมพ์ที่สามารถแยกหมวดหมู่ (Tagging) ได้ว่าออเดอร์ไหนมาจากช่องทางใด จะช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมของ Print queue ได้ชัดเจนขึ้น ลดโอกาสการพิมพ์งานซ้ำซ้อนหรือตกหล่น 3. การสื่อสารคือหัวใจ: หากคิวพิมพ์เริ่มยาวเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ การแจ้งลูกค้าหน้าบูธอย่างตรงไปตรงมาว่าต้องรอประมาณกี่นาที จะช่วยลดความหงุดหงิดและสร้างความประทับใจในความใส่ใจได้
เปลี่ยนความวุ่นวายให้เป็นโอกาส การที่ออเดอร์ถาโถมเข้ามาจนเต็มคิวพิมพ์นั้นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าสินค้าของคุณกำลังเป็นที่ต้องการ สิ่งสำคัญคือการรักษามาตรฐานคุณภาพและความรวดเร็วไปพร้อมๆ กัน การเตรียมความพร้อมเรื่องวัสดุอุปกรณ์ และการฝึกฝนทักษะการจัดการระบบงานพิมพ์จะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะขายผ่านช่องทางไหนก็ตามครับ

